10 ธันวาคม 2551

เทิดพระเกียรติ

ในหลวงของปวงชน



.... ตั้งแต่เราจำความได้ ได้อ่านหนังสือ เรียนหนังสือ ดูโทรทัศน์ ข่าวสาร เราจะจำได้ตั้งแต่เด็กว่า สองทุ่ม จะมีข่าวในพระราชสำนัก ก็เปนข่าวของ ในหลวงและพระราชินี สมเด็จย่าและพระพี่นางฯ และพระบรมวงศานุวงค์
เราจำได้ว่า เขาชอบพุดกันว่า เปนคนต่างจังหวัดนี่ดีนะเพราะอยู่ถึงไหนก้ได้เข้าเฝ้าในหลวง พระราชินี ไม่เหมือนคนใน กทม อยู่ใกล้วังแท้ๆ แต่โอกาสที่จะได้ชื่นชมพระบารมีนั้น น้อยกว่าคนบ้านนอก
ก็จริงดังที่เขาว่า เพราะตลอดเวลาที่ดูข่าวในพระราชสำนักมา เราจะเห็นภาพอันคุ้นตา คือในหลวงเสด็จพระราชดำเนินไปในที่ต่างๆ พร้อมกับพระราชินี่ ซึ่งแต่ละที่ล้วนแต่เป็นพื้นที่ทุรกันดารทั้งสิ้น ป่าเขา ลำธาร ต้องเดินย่ำน้ำ ปีนบันได ร้อน ฝุ่น เพื่อไปดูสถานที่ ที่ผสกนิกรของพระองค์ท่าน
เราจะเห็นพระอิริยาบถที่กระฉับกระเฉง สายพระเนตรที่แม่นยำและทะลุปรุโปร่ง ข้อมูลและคำถามที่ทรงทำการบ้านมาอย่างดี ไม่มีสิ่งใดหลุดรอดไปจากสายพระเนตร....แม้เด็กตัวเล็กๆที่ขมุกขมอม
...สามสิบปีก่อน บางพื้นที่ของอำเภอหัวหิน ที่ซึ่งเมื่อเราได้ยินจะนึกถึงแต่แหล่งท่องเที่ยวที่สะดวกสบาย แต่เมื่อ 30 ปีที่แล้วหลายพื้นที่ของหัวหินยังทุรกันดาร การเดินทางจากพื้นที่มายัง อำเภอหัวหิน ต้องใช้ถนนลูกรัง ที่ช่วงหน้าแล้งจะต้องเดินทางเป็นวันๆ ไปกลับต้องค้างคืนเพื่อส่งผลิตผลการเกษตร หน้าฝนไม่ต้องพูดถึงเดินทางเป็น 2 - 3 วันเพราะถนนแทบจะเป็นลำห้วย เรื่องเจ็บไข้ได้ป่วยไม่ต้องเอ่ยถึง ตามยถากรรมของชาวบ้าน คุณลุงท่านหนึ่งเล่าว่า วันหนึ่งของฤดุแล้งท่านนั่งทอดอาลัยไปกับถนนที่มีแต่ฝุ่นหน้าบ้าน พลันได้ยินเสียงเครื่องยนต์และเสียงผุ้คนหลากหลาย เหลือบไปก็เห็นเหมือนรถราชการ ท่านคงมาตรวจพื้นที่มั๊ง ลุงว่า แต่รถนั้นดันมาติดหล่มดินหน้าบ้าน ด้วยความที่ไม่คิดอะไรนอกจากน้ำใจของชาวบ้านป่า จึงเดินเคียนผ้าขาวม้าออกมาพลางเรียกลุกบ้าน
" อ้าวเฮ้ย รถติดหล่มโว้ย พวกเรา มาช่วยกัน "
ออกแรง ดันๆ ดึงๆ กับพวกลูกบ้านและพวกที่มาติดหล่มอยู่สักพัก รถก็หลุดจากหล่มดิน ทำเอาได้เหงื่อ พอหายเหนื่อยคุณลุงจึงทันได้สังเกตุว่าผู้คนที่รายล้อมอยู่นั้น มีทั้ง ทหาร ตำรวจ ข้าราชการอีกหลายคน เยอะแยะไปหมด สักพักคนขับรถก็เดินลงมาจากรถ เมื่อเห็นหน้าจนคุ้นตาแล้ว คุณลุงจึงสำนึกได้ถึงพระพักต์ของพระเจ้าอยุ่หัว จึงทรุดตัวลงนั่งพนมมือพร้อมลูกบ้านด้วยความตื่นเต้นแกมสับสน พระเจ้าอยุ่หัวทรงตรัสขอบใจคุณลุงและคนอื่นๆ แล้วทรงถามว่า อยากได้อะไร คุณลุงตอบด้วยเสียงสั่นเครือและน้ำตาคลอ ว่า อยากได้ถนน ทรงแย้มพระสรวลและรับสั่งว่า จะจัดการให้ คุณลุงก้มลงกราบอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว ไม่เคยคิดเลยว่าจะได้ยินว่าตนเองจะมีโอกาสอย่างนี้ ในชีวิตนี้คิดไว้ว่าถึงตายไปถนนก็ยังคงไม่ได้สร้าง จึงรู้สึกปลาบปลื้มใจอย่างบอกไม่ถูก ก่อนเสด็จกลับทรงล้วงกระเป๋าเสื้อและยื่นเงินจำนวนหนึ่งส่งให้คุณลุง รับสั่งว่า เอาเก็บไว้ฉันให้ หลังจากนั้นอีกเดือนเจ้าหน้าที่กรมทางก็เข้ามาถางทาง ทำถนน ใช้เวลา 2- 3 เดือน ถนนลาดยางเข้าสู่ อ.หัวหินก็เสร็จสมบูรณ์

...เราอ่านบันทึกนี้ด้วยความรู้สึกที่ตื้นตันและน้ำตาคลอทุกที